วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Education in Thailand

Today I will tell you about the area of curriculum that needs more attention when preparing a road map for Education reform.
The area is not unfamiliar with all of us who are playing a role in education administration.

It is mentioned by Bill Gates and it is widely spread through the Internets for a period of times.

It is about working lives and life experiences.

What we have to ask is how can we incorporate these ideas in our curriculum, if we find they are important for our children, whether they are GEN-Y or GEN-Z. The decision on the necessity to incorporate these principles in our curriculum will be made after conducting some elaborated discussions of present practices in our educational system.

Do you have any troubles with the existing formal and informal practices in our schools?

Do you want to systematically and scientifically seek knowledge about these troubles?

Let's take a  look at 11 points Bill Gates told children in the United States of America.

    RULE 1
     Life  is not fair - get used to it.

     RULE 2
     The  world won't care about your self-esteem. The world
     will expect you to accomplish something BEFORE you  feel
     good about yourself.

     RULE 3
     You  will NOT make 40 thousand dollars a year right out
     of high school. You won't be a vice president with
     car phone, until you earn  both.

     RULE 4
     If  you think your teacher is tough, wait till you get a
     boss. He doesn't have tenure.

     RULE 5
     Flipping burgers is not beneath your dignity. Your
     grandparents had a different word for burger flipping
     they
     called it Opportunity.

     RULE 6
     If  you mess up,it's not your parents' fault, so don't
     whine about your mistakes, learn from them.

     RULE 7
     Before you were born, your parents weren't as boring as
     they are now. They got that way from paying  your bills,
     cleaning your clothes and  listening to you talk about
     how cool  you are. So before you save the rain forest
     from the parasites of your parent's generation, try
     delousing the closet in your own room.


     RULE 8
     Your  school may have done away with winners and losers,
     but life has not. In some schools they have  abolished
     failing grades and they'll  give you as many times as
     you want to  get the right answer. This doesn't bear the
     slightest resemblance to ANYTHING in real life.

     RULE 9
     Life  is not divided into semesters. You don't get
     summers off and very few employers are interested in
     helping you find yourself. Do that on your own  time.

     RULE 10
     Television is NOT real life. In real life people
     actually have to leave the coffee shop and go to  jobs.

     RULE 11
     Be  nice to nerds. Chances are you'll end up working for
     one.






What do we do to inculcate in our students this kind of working culture and  practical life experiences?

Do we have to integrate these with those 15 points from Germany that I told you in the other post?

http://tongariokalasin.com/2014/08/04/educational-reform-in-thailand/

วันพุธที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2557

โทษที่อาจได้รับจากการโกงโครงการจำนำข้าว





หนังสือพิมพ์รายงานว่า ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิเปิดเผยความคืบหน้าคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวในพื้นที่ที่ได้ดำเนินการตรวจสอบมาตั้งแต่ปี 2556 ว่า
มีโรงสีในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิถูกดำเนินคดี
ตรวจสอบพบว่าข้าวหายไป 750 ตัน
เป็นข้าวเปลือก 621 ตัน
และข้าวสาร 129 ตัน
รวมมูลค่ากว่า 11 ล้านบาท
มีการดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องที่เป็นเจ้าของโรงสี 1 ราย  และเป็นชาวนา 8 ราย



ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์รายงานเพิ่มเติมว่า
คดีดังกล่าว ศาลสั่งลงโทษ 2 ข้อหากับผู้เกี่ยวข้องที่ทำการปลอมแปลงเอกสารทางราชการโดยสวมสิทธิใบประทวนข้าวเปล่าโดยไม่มีข้าวในมือจริง  และนำข้าวในโกดังของรัฐออกมาหมุนเวียนสวมสิทธิ และทำข้าวของรัฐหายไปมากกว่า 750 ตัน

ทั้งนี้ ศาลมีคำพิพากษา
สั่งลงโทษชาวนา 8 ราย
โดยให้จำคุก 6 เดือน รอลงอาญาไปก่อน 2 ปี
สั่งจำคุกเจ้าของโรงสี 20 ปี โดยไม่รอลงอาญาข้อหายักยอกทรัพย์



คำที่ต้องสนใจมีดังนี้

ใบประทวนข้าวเปล่า

การสวมสิทธิใบประทวนข้าวเปล่า

การนำข้าวในโกดังของรัฐออกมาหมุนเวียนสวมสิทธิ

การทำข้าวของรัฐหาย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2557 

มีความคืบหน้าเกี่ยวกับการไต่สวนการทุจริต การระบายข้าวแบบ จีทูจี ของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์และพวก ว่า

การไต่สวนของคณะอนุกรรมการที่ ป.ป.ช.แต่งตั้งขึ้น ได้ดำเนินการดังต่อไปนี้

1.สอบสวนข้อเท็จจริงครบถ้วนแล้ว

2.คณะอนุกรรมการจะส่งเรื่องให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ลงมติได้ในต้นปี 2558 โดย ป.ป.ช.จะดำเนินการต่อไปดังนี้
     
 2.1 เร่งชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่รัฐ 6 คน และเอกชน 16 คน ซึ่งจากการสอบสวนพบว่า
               ก) บริษัทเอกชนจีน 2 แห่ง ไม่ใช่ตัวแทนของรัฐบาลจีนในการทำ จีทูจี (บริษัทไห่หนาน กับ บริษัทกวางตุ้ง)
               ข) บริษัทเอกชนจีน 4 แห่ง ส่งข้าวโดยไม่เป็น จีทูจี
               ค) มีเจ้าหน้าที่รัฐและเอกชนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
       
2.2 ให้ทำหนังสือถึงกระทรวงการคลัง เพื่อให้เรียกค่าเสียหายในโครงการจำนำข้าว 5 - 6 แสนล้านกับผู้ที่ทำให้โครงการเสียหาย โดยให้กระทรวงการคลังดูผลสอบในสำนวนโครงการจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และการทุจริตซื้อขายข้าวแบบ จีทูจี ของนายบุญทรงฯ

                อนึ่ง ตามที่มีการประชุมร่วมระหว่าง ป.ป.ช. กับ อ.สส. เพื่อหาข้อไม่สมบูรณ์ในคดีรับจำนำข้าว ของ อดีตนายกรัฐมนตรี นั้น
ป.ป.ช.ได้สอบปากคำนายนิพนธ์ พัวพงศ์กร นักวิชาการของ TDRI ตามที่ อ.สส. ขอให้สอบแล้ว
ซึ่งนายวิชา มหาคุณ จะนำไปแถลงเปิดคดีในวันที่ 9 มกราคม 2558

เรื่องนี้จะมีความก้าวหน้าไปอย่างไร
ต้องติดตามกันต่อไปนะครับ

วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

PA 82103 ระเบียบวิธีวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์ Research Methodology in Public Administration



เมื่อสองสามวันที่ผ่านมา 
ผศ. ดร. กตัญญู แก้วหานาม 
คณบดีคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์
share ข่าวการเปิดเผยผลการวิจัยของ ศ. ดร. สุมาลี ตั้งประดับกุล อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยมหิดล
ที่บอกว่า อาจารย์มหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่ทำการวิจัยไม่เป็นถึงร้อยละ 90

ข่าวนี้ ทำให้ผมต้องกลับมาดู คำบรรยายรายวิชาระเบียบวิธีวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์ ที่ผมได้รับมอบหมายให้ทำการสอนที่สถาบันแห่งนี้ มา 2 เทอมแล้ว 
คำบรรยายรายวิชาระเบียบวิธีวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เป็นแบบนี้ครับ

คำบรรยายรายวิชา ศึกษาแนวคิด ปรัชญา และวัตถุประสงค์ของการวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์ หลักสถิติและระเบียบวิธีวิจัย ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ศึกษาวิธีการออกแบบวิจัย ข้อมูล การเสนอโครงการวิจัย และการเขียนรายงานการวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์ เพื่อพิสูจน์ทฤษฎี หรือสมมติฐาน เพื่อเสนอแนะข้อมูลทั่วไป และการบริหาร โดยอาศัยทฤษฎีต่างๆด้านการบริหาร และการวิจัย

PA 82103 Research Methodology in Public Administration  3 (2-2-5)

               Study concepts, philosophy and objectives of research in Public Administration; principles of statistics and research methodology in both quantitative research and qualitative research; study the research designs, data; presenting a research proposal and writing a research report in Public Administration for the purpose of theory or hypothesis verification, general data presentation, and administration basing on theories in administration and research

เมื่อพิจารณาคำบรรยายรายวิชาแล้ว ผมมีความเห็นว่า
ในส่วนของเนื้อหาเกี่ยวกับรัฐประศาสนศาสตร์นั้น ผมไม่สู้หนักใจนัก 
เพราะหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิตที่ผมสอนนั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับรัฐประศาสนศาสตร์
โดยตรงอยู่แล้ว อีกทั้งนักศึกษาที่มาเรียนส่วนใหญ่ก็อยู่ในวงราชการ ทั้งราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น เช่น บางคนมาจากเทศบาล บางคนมาจากองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งแต่ละคนต่างก็คุ้นเคยกับการบริหารราชการทั้งสิ้น



ข้อหนักใจจะมีอยู่บ้างก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับเนื้อหาด้านกระบวนการวิจัย คือขั้นตอนต่างๆของการวิจัย ว่าจะลงไปสู่ชุมชนได้มากแค่ไหนเพียงใด 

อย่างไรก็ตามข้อหนักใจนี้ก็ผ่อนคลายลงไปได้มาก เนื่องจาก ข้อได้เปรียบของผมเอง คือผมมีพื้นฐานด้านการปกครองทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น เพราะผมเคยรับราชการในส่วนกลางของกรมการปกครอง รับผิดชอบด้านการคลังท้องถิ่น ด้านการศึกษาท้องถิ่น และด้านการพัฒนาเมือง ในส่วนของภูมิภาคผมก็เคยเป็นนายอำเภอหลายอำเภอและเคยเป็นปลัดจังหวัด 

นอกจากนั้น ยังเคยปฏิบัติหน้าที่กับองค์กรอิสระ โดยเคยดำรงตำแหน่งประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เป็นอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องฯ จึงมีประสบการณ์ภาคสนามมากพอสมควร 

ในด้านการวิจัย ก็เคยผ่านการทำวิจัยร่วมกับ สกว. เกี่ยวกับการวางแผนพัฒนาโดยการมีส่วนร่วมชุมชนอีกด้วย ซึ่งรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ของเรื่องที่ทำวิจัย คือ โครงการประสานการบูรณาการจัดทำแผนชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมและความยากจนจังหวัดกาฬสินธุ์ มกราคม 2549

ข้อได้เปรียบในเชิงการแข่งขันที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ  ในการสอนที่ผ่านมาผมได้ใช้วิธีการสอนเน้นให้นักศึกษาลงพื้นที่อยู่แล้ว และยิ่งกว่านั้น ในการสอนวิชานี้ ผมไม่ได้สอนตามลำพังเพียงคนเดียว แต่สอนร่วมกับอาจารย์ ดร.อมร มะลาศรี 
ซึ่งท่านเป็นอาจารย์ประจำที่มหาวิทยาลัยของเราและรับผิดชอบทำการสอนวิชาระเบียบวิธีวิจัยและวิชาสถิติอันเกี่ยวกับเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย  ที่คณะศึกษาศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ของเราด้วย

และข้อได้เปรียบประการสุดท้าย ที่ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อการวิจัย และมีประโยชน์ต่อบรรดาอาจารย์มหาวิทยาลัยด้วยกัน ก็คือผมได้เขียน blog เนื้อหาเกี่ยวกับการวิจัย ภายใต้ชื่อ ชั่วโมงแห่งการตรวจวิทยานิพนธ กับ ระเบียบวิธีวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์ ที่ท่านอ่านอยู่ในขณะนี้

ท่านลองติดตามดูนะครับ