วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

PA 82103 ระเบียบวิธีวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์ Research Methodology in Public Administration



เมื่อสองสามวันที่ผ่านมา 
ผศ. ดร. กตัญญู แก้วหานาม 
คณบดีคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์
share ข่าวการเปิดเผยผลการวิจัยของ ศ. ดร. สุมาลี ตั้งประดับกุล อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยมหิดล
ที่บอกว่า อาจารย์มหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่ทำการวิจัยไม่เป็นถึงร้อยละ 90

ข่าวนี้ ทำให้ผมต้องกลับมาดู คำบรรยายรายวิชาระเบียบวิธีวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์ ที่ผมได้รับมอบหมายให้ทำการสอนที่สถาบันแห่งนี้ มา 2 เทอมแล้ว 
คำบรรยายรายวิชาระเบียบวิธีวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เป็นแบบนี้ครับ

คำบรรยายรายวิชา ศึกษาแนวคิด ปรัชญา และวัตถุประสงค์ของการวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์ หลักสถิติและระเบียบวิธีวิจัย ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ศึกษาวิธีการออกแบบวิจัย ข้อมูล การเสนอโครงการวิจัย และการเขียนรายงานการวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์ เพื่อพิสูจน์ทฤษฎี หรือสมมติฐาน เพื่อเสนอแนะข้อมูลทั่วไป และการบริหาร โดยอาศัยทฤษฎีต่างๆด้านการบริหาร และการวิจัย

PA 82103 Research Methodology in Public Administration  3 (2-2-5)

               Study concepts, philosophy and objectives of research in Public Administration; principles of statistics and research methodology in both quantitative research and qualitative research; study the research designs, data; presenting a research proposal and writing a research report in Public Administration for the purpose of theory or hypothesis verification, general data presentation, and administration basing on theories in administration and research

เมื่อพิจารณาคำบรรยายรายวิชาแล้ว ผมมีความเห็นว่า
ในส่วนของเนื้อหาเกี่ยวกับรัฐประศาสนศาสตร์นั้น ผมไม่สู้หนักใจนัก 
เพราะหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิตที่ผมสอนนั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับรัฐประศาสนศาสตร์
โดยตรงอยู่แล้ว อีกทั้งนักศึกษาที่มาเรียนส่วนใหญ่ก็อยู่ในวงราชการ ทั้งราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น เช่น บางคนมาจากเทศบาล บางคนมาจากองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งแต่ละคนต่างก็คุ้นเคยกับการบริหารราชการทั้งสิ้น



ข้อหนักใจจะมีอยู่บ้างก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับเนื้อหาด้านกระบวนการวิจัย คือขั้นตอนต่างๆของการวิจัย ว่าจะลงไปสู่ชุมชนได้มากแค่ไหนเพียงใด 

อย่างไรก็ตามข้อหนักใจนี้ก็ผ่อนคลายลงไปได้มาก เนื่องจาก ข้อได้เปรียบของผมเอง คือผมมีพื้นฐานด้านการปกครองทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น เพราะผมเคยรับราชการในส่วนกลางของกรมการปกครอง รับผิดชอบด้านการคลังท้องถิ่น ด้านการศึกษาท้องถิ่น และด้านการพัฒนาเมือง ในส่วนของภูมิภาคผมก็เคยเป็นนายอำเภอหลายอำเภอและเคยเป็นปลัดจังหวัด 

นอกจากนั้น ยังเคยปฏิบัติหน้าที่กับองค์กรอิสระ โดยเคยดำรงตำแหน่งประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เป็นอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องฯ จึงมีประสบการณ์ภาคสนามมากพอสมควร 

ในด้านการวิจัย ก็เคยผ่านการทำวิจัยร่วมกับ สกว. เกี่ยวกับการวางแผนพัฒนาโดยการมีส่วนร่วมชุมชนอีกด้วย ซึ่งรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ของเรื่องที่ทำวิจัย คือ โครงการประสานการบูรณาการจัดทำแผนชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมและความยากจนจังหวัดกาฬสินธุ์ มกราคม 2549

ข้อได้เปรียบในเชิงการแข่งขันที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ  ในการสอนที่ผ่านมาผมได้ใช้วิธีการสอนเน้นให้นักศึกษาลงพื้นที่อยู่แล้ว และยิ่งกว่านั้น ในการสอนวิชานี้ ผมไม่ได้สอนตามลำพังเพียงคนเดียว แต่สอนร่วมกับอาจารย์ ดร.อมร มะลาศรี 
ซึ่งท่านเป็นอาจารย์ประจำที่มหาวิทยาลัยของเราและรับผิดชอบทำการสอนวิชาระเบียบวิธีวิจัยและวิชาสถิติอันเกี่ยวกับเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย  ที่คณะศึกษาศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ของเราด้วย

และข้อได้เปรียบประการสุดท้าย ที่ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อการวิจัย และมีประโยชน์ต่อบรรดาอาจารย์มหาวิทยาลัยด้วยกัน ก็คือผมได้เขียน blog เนื้อหาเกี่ยวกับการวิจัย ภายใต้ชื่อ ชั่วโมงแห่งการตรวจวิทยานิพนธ กับ ระเบียบวิธีวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์ ที่ท่านอ่านอยู่ในขณะนี้

ท่านลองติดตามดูนะครับ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น