วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

การศึกษาทัศนคติได้ข้อค้นพบแบบหนึ่ง แต่การสำรวจพฤติกรรมเป็นอีกอย่าง

การสำรวจทัศนคติ (Attitudes) ของผู้เลือกตั้งชาวสหราชอาณาจักรที่มีต่อพรรค Conservative Party  และพรรค Labour Party ซึ่งเป็นพรรคการเมืองใหญ่สองพรรค ที่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไป การสำรวจครั้งนี้ดำเนินการก่อนวันเลือกตั้ง และ
ได้ข้อค้นพบว่า

ทั้งสองพรรคได้รับความนิยมสูสีกันแบบ ที่เรียกว่า neck to neck หรือ too close to call คือต่างก็ได้รับความนิยมจากผู้เลือกตั้งราวๆ 35% 

และถ้าผลดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ก็อาจส่งผลให้ไม่มีพรรคการเมืองใดได้เสียงข้างมาก และจะทำให้รัฐสภาต้องตกเป็นสะพานแขวนต่องแต่งอยู่ระยะหนึ่ง(Hung Parliament) ก่อนที่จะสามารถตั้งรัฐบาลผสมระหว่างหลายพรรคได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม การณ์กลับตาลปัดไม่เป็นไปตามที่คาด เพราะว่า เมื่อผลของการสำรวจพฤติกรรมของผู้เลือกตั้งด้วยการทำ exit polls ถูกประกาศออกมา  ชาวประชาต่างต้องตกใจ เพราะคะแนนของพรรค Conservative กลับนำโด่ง คือนำพรรค Labour ถึง77 ที่นั่ง

http://en.m.wikipedia.org/wiki/File:Conservative_logo_2006.svg

สิ่งนี้กลายเป็นว่า เวลาทำการสำรวจทัศนคติ (Attitude) นั้น ผู้เลือกตั้งที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง หรือ sample ตอบคำถามแบบหนึ่ง
แต่เวลา แสดงพฤติกรรม (Behavior) ในคูหาเลือกตั้งตอนกาบัตร กลับทำอีกแบบหนึ่ง

นักวิจัยโดยเฉพาะคนทำ poll ครั้งนี้ จึงงงมาก ถึงงงเต๊ก ว่ามันเป็นเพราะอะไรกันนะ ข้อค้นพบจึงเป็นแบบนี้ได้

เรื่องนี้ ไม่น่าหนักใจครับ
เพราะการสำรวจที่เร่งรีบ รีบร้อน มันก็ต้องมีปัญหาเป็นธรรมดา เช่นปัญหาเกี่ยวกับการเลือกกลุ่มตัวอย่าง การกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่าง ความเที่ยงแท้แน่นอน (reliability) และความตรงประเด็น (validity) ของข้อคำถามในแบบสำรวจ วิธีการเข้าหาเพื่อทำการสัมภาษณ์ รวมทั้งความเหมาะสมของห้วงเวลาที่ทำการสำรวจด้วย  

อย่าลืมว่าเหตุปัจจัยอื่นๆนอกจากที่กบล่าวมานี้ก็มีอิทธิพลได้เหมือนกัน
เช่น พระประสูติกาลของรัชทายาท ก็อาจเป็นกระแสแห่งปฏิจสมุปบาท หรือการอาศัยกันแล้วเกิดขึ้นของสิ่งทั้งปวง ก็เป็นได้

นี่ก็ว่าตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าเลยนะ
จะบอกให้ !!!




วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ประเด็น (Issues)ในการกำหนดหัวข้อการวิจัย

การทำวิจัย ต้องกำหนดหัวข้อการวิจัยให้เหมาะสมและถูกต้องตามระเบียบวิธีการวิจัย
โดยต้องคำนึงถึงองค์ประกอบสามตัวดังต่อไปนี้

1.ประเด็น(Issues)
2.กลุ่มตัวอย่าง(Sample)
3.วิธีดำเนินการวิจัย(Methodology)

สำหรับประเด็นนั้น เมื่อมองออกหน้าต่างไปเจอสังคมไทยวันนี้ เรามักจะพบเห็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของผู้คน ดังนี้ครับ



1)สนช.เสียงท่วม โหวตสอย บุญทรง - ภูมิ - มนัส ทำจีทูจีเก๊เจอตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี

2)ป.ป.ช.สืบเชิงลึกตามล่ามหาสมบัติ รมต.เอี่ยวจำนำข้าวคืบไปกว่า 90%

3)หมอวรงค์โปลาจวกพวกงดออกเสียง พวกไม่โหวต เป็นคนแยกแยะถูกผิดไม่ได้

4)วิษณุฉายซ้ำ เลือกตั้ง มี.ค. ได้รัฐบาลใหม่ พ.ค.59

5)จับตา 19 พ.ค. ถกร่วม คสช. ครม. แก้ รธน.ชั่วคราว

6)บิ๊กตู่ลั่น ต้องเขียน รธน.ให้โลกยอมรับ บอกรอฟัง ทำ ไม่ทำประชามติหลัง สปช.โหวตรับร่างแล้ว
7)โฆษก กมธ. ยกร่าง เมินเสียงสวดแข็งกร้าว-ไม่รับฟังใคร

8)เพื่อไทยมึนกฏเหล็กนายกฯห้ามนักการเมืองพบชาวบ้าน ปชป.ตีความแค่ห้ามปลุกระดม ปชช.

ครับ อย่างน้อย
ท่านที่จะทำวิจัยก็พอจะมีประเด็นที่จะนำไปเกาะติด ติดตาม และจากนั้นให้เฝ้าดูประเด็นที่ตนสนใจเป็นพิเศษ เฝ้าดูต่อเนื่อง

ลองสร้างมโนภาพที่ถูกต้องขึ้นดู ว่าที่ถูกต้องประเด็นนั้นจะเป็นแบบใด จากนั้นลองนึกถึงกลุ่มตัวอย่างที่ท่านจะไปสอบถามความคิดเห็นของเขา และนึกถึงเครื่องมือที่จะนำไปใช้ในการสอบถามความคิดเห็นอย่างเป็นขั้นตอนหรือเป็นกระบวนการต่อไป
เช่นนี้ก็จะได้หัวข้อการทำวิจัยที่ถูกต้อง       ตามระเบียบฯ

พบกันใหม่ในคราวหน้า

สำหรับวันนี้สวัสดีครับ