วันอาทิตย์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2560

การคอร์รัปชั่นกรณีศึกษา : โครงการจำนำข้าวทุกเมล็ด

การวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์ที่เกี่ยวกับการกำหนดนโยบายและการขับเคลื่อนนโยบาย ที่ผมนำเสนอในวันนี้ เป็นเรื่อง 

การคอร์รัปชั่นกรณีศึกษา : โครงการจำนำข้าวทุกเมล็ด

งานวิจัยนี้ เป็นงานแรกที่สามารถประมาณการสี่เรื่อง ดังนี้
 1) มูลค่าความเสียหายจากการทุจริตในการระบายข้าว 
2)  ประโยชน์ที่ตกแก่ผู้เข้าร่วมโครงการทุกฝ่าย 
3) ต้นทุนการดำเนินงานและ 
4) ความเสียหายที่นับเป็นตัวเงินได้ เช่น การส่งออกที่ลดลง ความสูญเสียจากคุณภาพข้าวในโกดังกลาง และความสูญเสียจากการแทรกแซงตลาดข้าวที่มีการแข่งขัน 

รายงานการวิจัยเรื่องนี้ กล่าวนำไว้ว่า
"การที่สามารถให้ข้อเท็จจริงด้านความเสียหายจากการทุจริต และผลกระทบอื่นๆของนโยบายรับจำนำข้าวต่อสาธารณะ สามารถ
ทำให้เกิดผลงานดังนี้
1) สร้างความตระหนักถึงการทุจริตในโครงการรัฐบาล 
2) สร้างความรู้ ความเข้าใจในกระบวนการทุจริต ตลอดจน 
3) นำ ไปสู่การปรับเปลี่ยนวิธีคิดในเรื่องการทุจริตของประชาชน"

ความสำคัญของงานวิจัย

รายงานนี้กล่าวถึงความสำคัญของปัญหาว่า

โครงการจำนำข้าวทุกเม็ดมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางดังที่ปรากฏเป็นข่าวกว่า 5,058 ครั้ง (ศูนย์ข้อมูลมติชน ตุลาคม 2554 - กันยายน 2556) ทั้งในส่วนผู้สนับสนุนโครงการซึ่งอ้างว่าเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือชาวนาที่ยากจน และฝ่ายคัดค้านที่ชี้ว่าโครงการฯ มีปัญหาการทุจริตในทุกขั้นตอน อย่างไรก็ตาม การนำเสนอในประเด็นดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นเพียงการบรรยายลักษณะของการทุจริต มิได้มีการวัดมูลค่าการทุจริตในการระบายข้าวที่เป็นการทุจริตก้อนโตที่สุด รวมทั้งการพิสูจน์ว่าโครงการรับจำนำ มีประโยชน์สูงหรือต่ำกว่าต้นทุนดังนั้น โจทย์วิจัย (คำถามการวิจัย) จึงแบ่งเป็น 2 ข้อใหญ่ คือ 

1) ประมาณมูลค่าการทุจริตในขั้นตอนการระบายข้าว และ

2) พิสูจน์ว่าโครงการรับจำนำข้าวได้มีความคุ้มค่าทางสังคมหรือไม่ 

นอกจากนี้งานวิจัยยังศึกษาไปถึง

3) ความเสียหายอื่นจากโครงการฯ คือ พฤติกรรมแสวงหาค่าเช่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายในรูปของการถลุงทรัพยากรที่มีค่าของประเทศ

ผลที่ได้จากการวิจัย

ผลการศึกษามี 4 ประการ

ประการแรก ผู้ได้ประโยชน์ส่วนใหญ่เป็นชาวนาขนาดกลางและขนาดใหญ่ เกิดภาระขาดทุนทางบัญชีถึง 5.4 - 9.1 แสนล้านบาท (ขึ้นกับระยะเวลาที่ใช้ในการระบายข้าวคงเหลือ) และก่อให้เกิดต้นทุนต่อสังคมที่สูงกว่าประโยชน์ของโครงการถึง 1.2 แสนล้านบาท

ประการที่สอง จากแบบจำลองตลาดข้าวพบว่ามูลค่าการทุจริตจากการระบายข้าวในราคาต่ำมีมูลค่าขั้นสูงถึง 7.7 หมื่นล้านบาท มีมูลค่าการทุจริตรวม 1.02 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ 4.5 หมื่นล้านบาท และการขายข้าวให้พรรคพวกในราคาต่ำ 2.2 หมื่นล้านบาท

ประการที่สาม ผลสำรวจทัศนคติกลุ่มตัวอย่างพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมและไม่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวทั้งหมดเห็นด้วยในระดับสูง ว่ามีการทุจริตในโครงการและมีการทุจริตอยู่ในทุกระดับของการดำเนินงาน และการสำรวจภาคสนามพบกิจกรรมแสวงหาค่าเช่าทางเศรษฐกิจกันอย่างแพร่หลาย การประเมินพบว่าค่าเช่าทางเศรษฐกิจมีมูลค่า 5.85 แสนล้านบาท

ประการที่สี่ รัฐบาลบริหารจัดการนโยบายรับจำนำข้าว แบบขาดความรับผิดชอบต่อประชาชนและรัฐสภาปล่อยปละละเลยปัญหาการทุจริตในการระบายข้าว ไม่ใส่ใจกับรายงานข้าวหายจากโกดังกลาง โกหกประชาชน และการปิดบังข้อมูลการค้าข้าวแบบรัฐต่อรัฐการปล่อยให้ค่าใช้จ่ายของโครงการรับจำนำบานปลาย โดยไม่เคยมีความพยายามที่จะจัดทำ บัญชีของโครงการรับจำนำข้าว

ท่านผู้อ่านและนักศึกษาที่สนใจรายละเอียดเรื่อง คอรัปชั่นกรณีศึกษา:โครงการจำนำข้าวทุกเมล็ด โปรดติดตามในลิ้งค์ด้านล่างนี้ครับ


http://www.trf.or.th/2557/6693-2015-07-24-10-50-25

สวัสดีครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น